วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย พร้อมจำหน่ายหุ้นกู้บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ หุ้นกู้อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5.40% ต่อปี เปิดจองซื้อ 7-9 พ.ค. 2557 ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา

02/05/57
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า
ธนาคารเตรียมพร้อมเปิดจองซื้อหุ้นกู้บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2557 ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและสถาบันมูลค่าไม่เกิน 4,000 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยเปิดจองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาท ผู้สนใจลงทุนสามารถจองซื้อได้ที่สาขาของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 พ.ค. 2557

อนึ่ง หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB- แนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา

"ธนาคารรู้สึกยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท อนันดาฯ แต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ให้บริษัทอีกครั้งหนึ่ง เป็นผลมาจากความสำเร็จในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เมื่อปีที่แล้วซึ่งนับเป็นการเสนอขายหุ้นกู้เป็นครั้งแรกของบริษัท อนันดาฯ และคาดว่าการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีอีกครั้งหนึ่ง" นายสุภัค กล่าว

ที่มาhttp://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/4702/

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

นาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2557 จำนวน 440.7 ล้านบาท เติบโต 40.8% จากงวดเดียวกันปีก่อน

      

      ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2557 จำนวน 440.7 ล้านบาท  เติบโต40.8%จากงวดเดียวกันปีก่อน สาเหตุุจากรายได้เพิ่มขึ้น 36.7% จากธุรกรรมปริวรรตเงินตราต่างประเทศและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นหลัก

    
      นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2557 มีกำไรสุทธิจำนวน 440.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.7 ล้านบาท หรือ 40.8% เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2556 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 106.0% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 27.1% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 23.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21.4% และสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 120.2% เป็นผลสะท้อนจากการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังมากขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ โดยธนาคารได้เพิ่มการตั้งสำรองส่วนเกินจากเกณฑ์มาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน 2.6 พันล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2557 และ 2556 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 724.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.7 เป็นจำนวน 2,698.2 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 395.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.1 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไถ่ถอนตราสารหนี้ด้อยสิทธิก่อนกำหนด และผลสะท้อนจากการขยายสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 60.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 23.1 ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมบริการที่ปรึกษา และค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 269.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 106.0 ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกรรมการบริหารเงิน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนปี 2557 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2556 เพิ่มขึ้นจำนวน 295.9 ล้านบาทหรือ 21.4% สาเหตุส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องของธนาคาร อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2557 อยู่ที่ 62.2% ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2556 อยู่ที่ 70.0% เป็นผลจากการปรับปรุงแผนการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีผนวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดทั้งด้านเงินฝากและเงินให้สินเชื่อ กลุ่มธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยสามารถดำรงอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดสามเดือนปี 2557 อยู่ที่ 3.27% เพิ่มขึ้น 0.09% เมื่อเทียบกับปี 2556 อยู่ที่ 3.18% โดยธนาคารสามารถควบคุมต้นทุนเงินฝากที่ดีขึ้น

วันที่ 31 มีนาคม 2557 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชีของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 1.72 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก ตั๋วแลกเงินและหุ้นกู้จำนวน 1.86 แสนล้านบาท ลดลง 0.4% จากสิ้นปี 2556 จำนวน 1.87 แสนล้านบาท ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินและหุ้นกู้ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 92.4% จาก 91.6% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น (NPL ratio) อยู่ที่ 3.1% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่ที่ 2.5% มีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบลูกค้าภาคธุรกิจบางรายและต่อเนื่องสู่รายย่อย โดยที่ผลกระทบนี้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้และไม่น่าจะกระทบในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยยังคงมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ การดำเนินการดูแล และการแก้ไขลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 อยู่ที่ 100.6% ลดลงจากสิ้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 107.8% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 เงินสำรองของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 5.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 2.6 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2557 มีจำนวน 2.63 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 13.4% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 10.1%
 




ที่มา:ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- ศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557 10:03:12 น.
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/prg/1879693

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

บริษัท เซ็นเตอร์ ออโต้ ลีส เปิดตัวสินเชื่อเอนกประสงค์สำหรับคนมีรถ "เซ็นเตอร์ ออโต้ แคช" เนรมิตเงินสด ด้วยรถคุณ

16/04/57

บริษัท เซ็นเตอร์ ออโต้ ลีส เปิดตัวสินเชื่อเอนกประสงค์สำหรับคนมีรถ "เซ็นเตอร์ ออโต้ แคช" เนรมิตเงินสด ด้วยรถคุณ

นายวิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็นเตอร์ ออโต้ ลีส จำกัด (CAL) (Mr. Visit Phuengpornsawan, Managing Director, Center Auto Lease) ผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ในกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกลยุทธ์ปี 2557 ขอสวมบทบาทฮีโร่ทางการเงินรุกให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวกับรถยนต์และดูแลให้คำปรึกษาลูกค้า ประเดิมด้วยการเปิดตัวสินเชื่อเอนกประสงค์สำหรับคนมีรถ "เซ็นเตอร์ ออโต้ แคช" อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.25% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนนานถึง 84 เดือน รับฟรีกล่องรถสี่ล้อคู่ใจ มูลค่า 999 บาท เมื่อสมัครสินเชื่อและได้รับอนุมัติภายใน 31 พ.ค. 2557 นี้ สมัครได้ทันทีที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ โทร. 0 2673 9988




ที่มา:http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/4672/

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

CIMBเผยเศรษฐกิจไทยชะลอกระทบตลาดแรงงาน

TechnoCMS

            CIMB เผย เศรษฐกิจไทยชะลอ กระทบตลาดแรงงาน แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นเลิกจ้าง แนะเร่งพัฒนาทักษะภาษาก่อนเข้า AEC
       นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัย เศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด มหาชน เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอลงขณะนี้ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะส่วนของแรงงานภาคอุตสาหกรรม และแรงงานอื่นๆ โดยมองว่า ขั้นแรกของการแก้ปัญหาของบริษัทต่างๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง อาจเป็นการปรับลดค่าล่วงเวลาชั่วโมงการทำงาน หรือ OT และการปรับลดอัตราค่าจ้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานแต่ทั้งนี้มองว่าอาจจะไม่ถึงขั้นรุนแรงที่บริษัทต่างๆ จะปรับลดอัตราการจ้างงานลง เนื่องจากไทยยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยหากมีการปรับลดอัตราการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจที่ชะลอลง เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวก็จะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ ขณะที่อัตราการว่างงานของกลุ่มนักศึกษาจบใหม่จะมีอยู่บ้างในช่วงนี้จนถึงกลางปี ซึ่งก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆเพราะบริษัทต่างๆ อาจยังไม่มีแผนรับอัตราการจ้างงานเพิ่ม หรือไม่จำเป็นที่จะขยายธุรกิจ ซึ่งหากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวเชื่อว่ากลุ่มแรงงานที่มีทักษะจะเริ่มกลับเข้ามาทำงานและปัญหาการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่จะลดลง
      นอกจากนี้ นายอมรเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ไทยควรจะเร่งพัฒนาเรื่องการศึกษาการปรับตัวให้มีทักษะภาษา และความสามารถ วัฒนธรรมการทำงาน เพื่อที่จะเข้าร่วมทำงานกับบริษัทชาติอื่น เกิดความสามารถในการแข่งขันให้เท่าเทียมได้






ที่มา:
http://news.th.msn.com/biz/cimb%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0
%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%97%E0
%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%
B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B
8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

CIMBT ลดค่าธรรมเนียมโอนเงินในอาเซียนเหลือ 200 บ.จาก 500 บ.ถึงสิ้นปี 57

อังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 14:52:10 น.

        ม.ล.ณัฏฐ์ชัญญา ทวีวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารธุรกรรมการเงินธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า ในปี 57 ธนาคารได้ออกโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้าที่ต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ โดยลูกค้าที่มาใช้บริการโอนเงินออกไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ พม่า ลาว กัมพูชา บรูไน ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม ไม่ว่าจะโอนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง (ASEAN Payment Campaign) ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมราคาพิเศษเพียง 200 บาท/รายการ ลดลงจากปกติ 500 บาท/รายการ โดยไม่จำกัดจำนวนเงิน (วงเงินในการโอนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การโอนตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย) ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค.57
ขณะเดียวกัน ธนาคารต้องการกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งกันมากขึ้น จึงออกโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการธุรกรรมการโอนเงินออกต่างประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมโอนไปยังประเทศใดก็ได้ในโลกในราคาพิเศษ 250 บาทต่อรายการ จากปกติ 500 บาทต่อรายการ โดยไม่จำกัดจำนวนเงิน (พิเศษไปอีกขั้นโอนไปในภูมิภาคอาเซียน ค่าธรรมเนียมที่ 200 บาทต่อรายการ)
       พร้อมกันนั้น ลูกค้าที่โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งกรณีโอนเงินหรือรับเงินโอนจากต่างประเทศไม่เกิน 50,000 เหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า *ไม่ต้องส่งเอกสารประกอบการโอนเงิน ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค.57 (*วงเงินและวัตถุประสงค์การโอนเงินให้เป็นไปตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย)
       “หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของปี 57 คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วอาเซียนเพื่อมอบบริการที่สะดวก รวดเร็ว คล่องตัวให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายในอาเซียนเพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงเอกสิทธิ์เหนือระดับที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สมาชิกกลุ่มซีไอเอ็มบีที่มีเครือข่ายแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียนยินดีมอบให้" ม.ล.ณัฏฐ์ชัญญา กล่าว
        อนึ่ง สำหรับการแปลงค่าสกุลเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศ ธนาคารจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ลูกค้าได้ทำการตกลงไว้กับธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารจะติดต่อลูกค้ากลับเพื่อยืนยันอัตราแลกเปลี่ยนแล้วแต่กรณี


ที่มา:http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/iq05/1829450


วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

CIMBT มองโอกาส กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25%หลังคาดศก.ไทย H1/57เข้าสู่ภาวะถดถอย

นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัย เศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (CIMBT)คาดว่า มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 12 มี.ค.57 โดยพิจารณาจากการหดตัวของอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่ภาระดอกเบี้ยจากหนี้ครัวเรือนทำให้คนไม่จับจ่ายใช้สอย ซึ่งการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ส่วนสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มผ่อนคลาย อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งความกังวลต่อเงินทุนไหลออกในระยะสั้นมีไม่มากนัก จึงน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้
สำนักวิจัยฯ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เพราะไร้ปัจจัยที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Growth engine) เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ซบเซา ซึ่งเห็นสัญญาณชัดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐชะงักลงจากการที่รัฐบาลยังจัดตั้งไม่ได้ เมื่อผนวกเข้ากับปัญหาทางการเมืองยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยหรือลงทุน ส่วนการส่งออกที่หลายสำนักมองว่าจะเป็นพระเอกฉุดเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นนั้น สำนักวิจัยฯกลับมองว่าการส่งออกดูดีในทางเทคนิคเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วน่าเป็นห่วง
ทั้งนี้ สำนักวิจัยฯคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะถดถอย โดยอาจหดตัว 1.6% ในไตรมาสแรก และหดตัว 0.3% ในไตรมาส 2 แต่เชื่อว่าถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จภายในไตรมาส 3 และฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้ เศรษฐกิจจะกลับมาเร่งตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้มองว่าทั้งปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 2.4% ซึ่งเป็นการปรับลดประมาณการที่เคยคาดการณ์การเติบโต จีดีพี ปี 2557 ไว้ที่ 3.4% เมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว
“อย่างไรก็ดี น่าหวั่นใจว่า ถ้าปัญหาการเมืองยืดเยื้อและไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในไตรมาส 3 มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรามองว่ากรณีเลวร้ายที่สุด จีดีพีปี 2557 อาจหดตัว1% เพราะผลกระทบทางการเมืองต่อเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม" นายอมรเทพ กล่าว
นายอมรเทพ กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ลงทุนลดลง เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอ ซึ่งดูผิวเผินจะคล้ายกับเหตุการณ์ในอดีต หากแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปจากเดิมตรงที่ภาคการส่งออกของไทยครั้งนี้อ่อนแอมาก จนไม่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เหมือนก่อน โดยเฉพาะถ้าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนจะย่ำแย่ลงไปอีก
สำหรับภาคการส่งออกที่ดูว่าเป็นบวกนั้น ยังไม่สะท้อนภาพความเป็นจริง เพราะการส่งออกไม่ดี แต่การนำเข้าที่แย่กว่า ทำให้เมื่อบวกลบแล้ว ภาคการส่งออกสุทธิยังดูดีอยู่ นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วค่าเงินบาทอ่อนค่า ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว แต่ไทยกลับส่งออกได้ไม่ดีนัก สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกไม่ได้เอื้อต่อการส่งออกของไทย
อีกทั้งเรามีปัญหาโครงสร้างการส่งออก สินค้าส่งออกของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ เทคโนโลยีล้าสมัย ไทยส่งออกสินค้าที่ความต้องการโลกลดลง เราส่งออกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แต่ตลาดโลกเปลี่ยนไปต้องการสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันมากนัก ส่วนการส่งออกยางพาราก็ติดลบ ทั้งที่เป็นสัดส่วนสำคัญของการส่งออก
และตลาดส่งออกของไทยกระจายไปภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น และส่งออกไปสหรัฐและญี่ปุ่นลดลง แต่การฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกรอบนี้มาจากเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้น จึงคาดว่าการส่งออกของไทยครั้งนี้ไม่น่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเท่าที่ควร
สำหรับข้อกังวลที่หลายคนวิตกว่า ประเทศไทยจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น สำนักวิจัยฯ มองว่า เมื่อเปรียบเทียบไทยกับประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลด “มุมมอง" จากเสถียรภาพเป็นเชิงลบ จากความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นและจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง อย่างไรก็ดี บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือกำลังทบทวน “มุมมอง" เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นทบทวน “อันดับความน่าเชื่อถือ" ทว่า หากปัญหาทางการเมืองยืดเยื้อต่อไปภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า อันส่งผลต่อเศรษฐกิจและกระทบความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง มีความเสี่ยงอย่างมากที่ไทยจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ
ด้านทิศทางค่าเงินบาท แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีเงินสำรองต่างประเทศสูง และหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยมีไม่มาก จึงดูเหมือนว่าไทยมีภูมิคุ้มกันจากภาวะความผันผวนของตลาดเงินต่างประเทศหากมีการถอนมาตรการ QE ที่แรงขึ้น
อย่างไรก็ดี ไทยไม่สามารถหนีวิกฤตเงินไหลออกได้ เพราะนักลงทุนต่างชาติอาจถอนเงินลงทุนจากตลาดเกิดใหม่ทั้งกระดาน โดยไม่ดูเสถียรภาพของประเทศมากนัก ที่น่าจับตาคือ การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯที่จะประชุมวันที่ 19 มี.ค. 2557 ซึ่งตลาดคาดกันว่าอาจจะถอนหรือลดมาตรการ QE หนักกว่าเดิม จนนักลงทุนตระหนกและถอนเงินออกจากตลาดเกิดใหม่มากขึ้น จึงอยากเตือนนักลงทุนว่า ถ้าสหรัฐฯถอนมาตรการ QE และหยุด QE เร็วกว่าที่หลายคนคาด คือ กลางปีนี้ เงินจะไหลออกจากภูมิภาคมากขึ้นและเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าได้
สำนักวิจัยฯ มองว่า ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าแตะ 33.50 บาท/เหรียญสหรัฐในไตรมาสแรก และอาจอ่อนค่าไปถึงระดับ 34.00 บาท/เหรียญสหรัฐในสิ้นปีนี้ หรืออ่อนค่ามากกว่านี้หากเกิดวิกฤตการเงิน ซึ่งรอบนี้อาจได้รับขนานนามว่าเป็น “International Buffet Crisis" ไม่ใช่เพียง Hamburger Crisis หรือวิกฤตต้มยำกุ้งเหมือนในอดีต





      ที่มา:  http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/iq03/1846969

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

ผู้ต้องการใช้เงิน ห้ามพลาด!!! ธนาคาร CIMBTเค้ามีโปรโมชั่นดีๆดอกเบี้ยถูกๆในการปล่อยสินเชื่อมานำเสนอ

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าที่มีความต้องการใช้เงิน โดยออกโปรโมชั่น "สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช..โปรดี เลือกได้"มีให้เลือกทั้ง "ดอกเบี้ยพิเศษ 18%" หรือจะเลือก "ลดดอกเบี้ย 4%" ก็ได้ และโปรโมชั่น "บัตรสิน

18/03/57

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์การทำธุรกิจสินเชื่อบุคคลในปีนี้ของธนาคาร คือ การจัดกลุ่มลูกค้าในพอร์ต (segmentation) แล้วออกแบบผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มซึ่งมีความต้องการเฉพาะตัว โดยจะผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ เพื่อนำเสนอให้แก่ลูกค้าซึ่งธนาคารจะบุกและทำการตลาดเป็นกลุ่มๆไป โดยพิจารณาจากจังหวะ เทศกาล และสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

"ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ลูกค้าชะลอการใช้จ่าย ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะใช้เงิน เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกันเรื่อยมาตั้งแต่ปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้ ระบบธนาคารเริ่มพูดกันถึงสัญญาณผิดนัดชำระของลูกค้า สำหรับธนาคารเองพบว่ายอดสมัครเข้ามาน้อยลง แต่ในฐานะธนาคารไม่ถึงกับหยุดปล่อยสินเชื่อ เพราะคนยังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าศึกษาเล่าเรียนบุตร ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่ารักษาพยาบาล บางคนต้องการนำเงินไปลงทุนซึ่งธนาคารก็เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของลูกค้า ธนาคารจึงอยากให้โอกาส นโยบายของเราตอนนี้มุ่งเน้นลูกค้าคุณภาพ มีศักยภาพ มีวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน" นายอดิศร กล่าว

นางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า แม้ในสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ธนาคารยังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการใช้เงิน และต้องการตอบแทนลูกค้าที่ดี มีวินัยในผ่อนชำระ จึงได้ออกโปรโมชั่นลดภาระดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับลูกค้าที่มีความต้องการใช้เงินด้วย 2 โปรโมชั่นหลัก ได้แก่ สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช และ บัตรสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช

สำหรับ "สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช..โปรดี เลือกได้" ซึ่งประกอบด้วย 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 คือ ดอกเบี้ยพิเศษ 18% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 300,000 บาทขึ้นไป ระยะเวลาผ่อนชำระตั้งแต่ 12-36 เดือน ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าตลาด ทางเลือกที่ 2 คือ ลดดอกเบี้ย 4% ต่อปี สำหรับวงเงินอนุมัติตั้งแต่ 90,000 บาทขึ้นไป เมื่อลูกค้าผ่อนชำระดีในช่วง 6 เดือนแรก ลูกค้าจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 4% ต่อปีในเดือนที่ 7-12 รวมระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะช่วยลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยลงได้มาก

อนึ่ง โปรแกรมส่งเสริมการขายนี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ 1 ทางเลือก สำหรับผู้ที่สมัครสินเชื่อบุคคลตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค.2557

ตารางสรุปอัตราดอกเบี้ย

พร้อมกันนี้ ได้ออกโปรโมชั่น "บัตรสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช...คืนดอกเบี้ย 50% 2 รอบบัญชี" โดยลูกค้าจะได้รับคืนดอกเบี้ย 50% ใน 2 รอบบัญชีเมื่อโอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชี และยังได้รับฟรี หมอนดอกไม้ P-Loan Pillow เมื่อมียอดโอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชีมากกว่า 100,000 บาทขึ้นไป สมัครง่าย เพียงมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี และค่าอากรแสตมป์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค.2557




                                                            

       ที่มา :http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/4578/